แนะนำสถานที่ท่องเที่ยว

กราบสักการะ อนุสรณ์สถานนางสาวบุญเหลือ

อนุสรณ์สถานนางสาวบุญเหลือ  ตั้งอยู่ที่โรงเรียนบุญเหลือวิทยานุสรณ์  ถนนสุรนารายณ์ ม.10 ต.โคกสูง อ.เมืองนครราชสีมา จ.นครราชสีมา           

นางสาวบุญเหลือ  เป็นบุตรีของหลวงเจริญ กรมการผู้น้อยแห่งเมืองนครราชสีมา  ครอบครัวของหลวงเจริญใกล้ชิดสนิทสนมและเคารพนับถือ  พระปลัดเมืองนครราชสีมาและคุณหญิงโมเป็นอันมาก  อีกทั้งพระปลัดเมืองและคุณหญิงโมไม่มีบุตรและธิดา  จึงรับและเอ็ดดูนางสาวบุญเหลือดุจว่านางเป็นลูกหลาน  ปีพุทธศักราช  2369  เจ้าอนุวงศ์แห่งนครเวียงจันทร์  ได้ยกทัพเข้าแผ่นดินไทย  จนถึงเมืองนครราชสีมา  โดยอ้างว่ามีพระบรมราชโองการให้ยกทัพไปกรุงเทพฯ  เพื่อช่วยรบกับอังกฤษ  ขณะนั้นเจ้าเมืองนครราชสีมาและพระปลัดเมืองไม่อยู่ไปราชการยังเมืองขุขันธ์  เจ้าอนุวงศ์จึงยกทัพเข้ายึดเมืองนครราชสีมาไปนครเวียงจันทร์ในจำนวนเชลยเหล่านั้นมีคุณหญิงโมและนางสาวบุญเหลือรวมอยู่ด้วยตลอดเวลาของการเดินทาง  เหล่าชาวเมืองนครราชสีมาได้รวมใจ  รวมพลังกันคิดที่จะกอบกู้อิสรภาพกลับคืนให้จงได้  โดยมีคุณหญิงโมเป็นศูนย์รวมพลังใจ  คิดวางกลอุบายโดยให้ทุกคนอดทน  แม้จะถูกกดขี่ข่มเหงก็ห้ามต่อสู้และขัดขืน  ได้ออกอุบายหน่วงเหนี่ยวการเดินทางให้ช้าลง  แล้วขอมีด  จอบ  เสียมสำหรับใช้ในการ  ซ่อมแซมพาหนะและหาฟืน  เพื่อใช้เป็นอาวุธในการต่อสู้ตามแผนการ

เมื่อกองทัพเดินทางมาถึงทุ่งสัมฤทธิ์แขวงเมืองพิมายได้ตั้งค่ายพักแรมคุณหญิงโมกับชาวเมืองนครราชสีมาได้กำหนดแผนการกอบกู้อิสรภาพขึ้น  โดยจัดสุราอาหารปรนเปรอทหารลาวให้เป็นที่สำราญและตายใจนางสาวบุญเหลือเป็นผู้ที่คุณหญิงโมไว้วางใจได้รับมอบหมายให้ปรนนิบัติเพี้ยรามพิชัย  นายทหารลาวผู้เป็นหัวหน้าควบคุมทหารและเชลย  และให้สังหารเพี้ยรามพิชัยทันที  จากการตัดสินใจด้วยปฏิภาณอันห้าวหาญเด็ดเดี่ยวของนางสาวบุญเหลือ  เป็นผลให้คุณหญิงโมบัญชาการรบกอบกู้อิสรภาพ  จนได้รับชัยชนะอย่างเด็ดขาด  วีรกรมอันน่าสรรเสริญของนางสาวบุญเหลือได้ประทับแน่นอยู่ในความทรงจำของชาวนครราชสีมาไม่มีวันลืม  นางได้ปฏิบัติหน้าที่อย่างอุกฤษฏ์  ด้วยปฏิภาณอันกล้าหาญ  และห้าวหาญอย่างยิ่ง

 

ชมซากดึกดำบรรพ์บ้านโคกสูง

การค้นพบ  ซากดึกดำบรรพ์พบในพื้นที่บ่อทรายบ้านโคกสูง อ.เมืองนครราชสีมา  จ.นครราชสีมา  ในพื้นที่ประมาณ  10  ไร่ของนายสมชัย  ติรเศรษฐภักดี  (บริษัทยงสงวนจำกัด)    ที่หลัก กม.387 เส้นทางหลวงหมายเลข  205 (จอหอ-โนนไทย)  เมื่อวันที่  8  มีนาคม  2548  ในระหว่างการขุดบ่อในทุ่งนาเพื่อนำดินไปปรับพื้นที่สร้างโรงสีข้าว  ได้พบซากดึกดำบรรพ์ในบ่อดังกล่าว

กรมทรัพยากรธรณี  โดย ผศ.ดร.ประเทือง  จินตสกุล  ดร. เยาวลักษณ์  ชัยมณี  และคณะได้ทำการศึกษาตัวอย่างดังกล่าวพบว่าเป็นกรามช้างที่สมบูรณ์  พร้อมด้วยฟันช้างโบราณ  สเตโกดอน หลังจากนั้นกรมทรัพยากรธรณี  ร่วมกับองค์การบริหารส่วนตำบลโคกสูง ได้สำรวจพบซากดึกดำบรรพ์จำนวนมาก  ที่บ้านโคกสูง  ตำบลโคกสูง  อำเภอเมืองนครราชสีมา  จังหวัดนครราชสีมา  โดยพบในบ่อทรายที่ระดับความลึกประมาณ  5  เมตร  มีความหลากหลายสูง โดยพบซากช้างโบราณ  สเตโกดอน ซากสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมมากกว่า  5  ชนิด จำพวก วัว - ควาย เก้ง – กวาง  เต่าอย่างน้อย  2  ชนิด  ตะพาบน้ำ  จระเข้  และซากต้นไม้อีกเป็นจำนวนมาก   บริเวณที่พบซากดึกดำบรรพ์ เป็นพื้นที่ที่มีการขุดบ่อราว  13  ไร่  ของบริษัทยงสงวนจำกัด  ที่หลัก  กม. 387  เส้นทางหลวงหมายเลข  205  (จอหอ-โนนไทย)

ซากช้างโบราณ สเตโกดอน ที่สำรวจพบนี้เป็นช้างที่มีอายุอยู่ในสมัยโอซีนตอนปลาย (ประมาณ  10  ล้านปี)  และสูญพันธ์ไปในสมัยโฮโลซีนตอนปลาย (ประมาณ  15,000 ปี)  จากการศึกษาเปรียบเทียบลักษณะฟันของช้างที่พบซึ่งมีพัฒนาการสูง  และจากการศึกษาความหลากหลายของซากสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่พบนี้  กับซากสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่เคยมีการศึกษาในชุดหินศิวะ  ประเทศปากีสถาน  คาดว่าซากดึกดำบรรพ์แห่งนี้ มีอายุสมัยไพลสโตซีนตอนต้น หรือราว 2 ล้านปี

จากการค้นพบซากดึกดำบรรพ์หลายชนิดนี้  ทำให้สามารถสันนิษฐานได้ว่า  บริเวณบ้านโคกสูงเป็นทางน้ำและหนองน้ำขนาดใหญ่  มีแหล่งอาหารอุดมสมบูรณ์และมีป่าซึ่งเป็นอาหารของสัตว์ใหญ่อยู่โดยรอบ  ทำให้มีสัตว์ชุกชมในพื้นที่แถบนี้

การเดินทาง ที่ตั้ง อาคารพิพิธภัณฑ์ซากดึกดำบรรพ์  บ้านโคกสูง  ตั้งอยู่ที่บริเวณที่ทำการองค์การบริหารส่วนตำบลโคกสูง ที่หลัก   เส้นทางหลวงหมายเลข  205  (จอหอ-โนนไทย)  อยู่ห่างจากศาลากลางจังหวัดนครราชสีมา ประมาณ  14  กิโลเมตร

ข้อมูลเพิ่มเติม     สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ส่วนวิจัยซากดึกดำบรรพ์และพิพิธภัณฑ์ธรณีวิทยา  สำนักธรณีวิทยา  กรมทรัพยากรธรณี  ถนนพระราม 6  เขตราชเทวี  กรุงเทพ ฯ 10400  www.dmr.go.th